Sarinya's profile~~~ BoAt's SpAcE ~~~PhotosBlogLists Tools Help

~~~ BoAt's SpAcE ~~~

c",) \d^_^b/

Sarinya

Photo 1 of 28
September 03

เบื่อๆๆๆๆ

เบื่อจิงๆ เบื่อจังๆ เบื่องั้นๆ เบื่อมากๆ 555+
วันนี้เราโดนเพื่อนทิ้งปายกันหมดเลยอ่า
ตั้งแต่นังแนน(อีแป๊ะ) นังนี่ทิ้งเป็นประจำทุกอาทิตย์
แต่ไม่เป็นไร อภัยให้เพราะมีบุญคุณกะเราอยู่ อิอิ
คนที่สองก็เมทเราอีกคน อ๊อฟสี่จุด
ทิ้งเราไปหาแฟนนนน ไม่ช่าย ล้อเล่น
อ๊อฟเค้าตั้งปณิธานไว้แล้วว่าจะไม่มีแฟน
(แต่ทำไมมีฝรั่งหรือว่าคนเกาหลีเดินผ่านมาทีนี่มองตาเป็นมันเชียวอ่ะ55+)
จิงๆแล้วอ๊อฟหนีไปหาพี่ที่แถวๆบางนามั้ง ถ้าจำไม่ผิดนะ
ส่วนนังเอ็กซ์กะนังเพ็ญก็กระชากวัยด้วยการไปเที่ยวdream world กะเพื่อนๆที่อีวาย
เราก็เลยต้องหงอยเหงาอยู่ลำพังที่หอT.T
เบื่อชิปเป้งเลยอ่ะ------งานก็ยังไม่เส็ด
แต่ไม่เป็นไรพี่ที่จ๊อบเรา(อันได้แก่ พี่ยี้ พี่โบลิ่ง แล้วก็พี่แอ๋ม)
ใจดีมั่กๆ ยังดีนะเนี่ยแม้ว่าจ๊อบจะดูเหมือนไม่ค่อย work
แต่พี่ work มากๆ เด๋วอัพบล๊อกเสร็จก็ต้องจรลีไปทำงานที่ว่าจะทำตั้งแต่เช้าต่อแล้วเนี่ย เฮ้อ
ขี้เกียจจังอ่า เป็นอารายวะตู
 
 
วันที่ออกจากจ๊อบวันศุกร์ก็เป็นวันที่สยองอีกหนึ่งวัน
เริ่มตั้งแต่ การนอนตีสอง(อันเนื่องมาจากงานไม่เส็ด)
ตื่นตีห้า เพราะว่าต้องไปตรวจโรงงานที่อยู่แหลมฉบัง
แล้วลูกค้าช้านก็นัดว่าจะต้องไปถึงที่ออฟฟิตที่อยู่เสรีเซ็นเตอร์ตอนก่อนเจ็ดโมงเช้า
(หอเราอยู่เซนหลุยต์คนละฝั่งกันเล้ย)
พอไปถึง เรากะพี่ยี้ก็อุตสาห์เป็นคนดีไปตรงเวลาเจ็ดโมงแป๊ะ
ด้วยความที่เราต้องอาศัยเค้าไงก็กลัวว่าเค้าจะไม่รอ
แต่กว่าคุณๆจะมากันครบก็ปาไปเจ็ดโมงสี่สิบ เฮ้อ...ให้ตูมาเช้าทำไมฟะ
ไปถึงโรงงาน เราไปวันที่หนึ่งเป็นวันที่ใครๆก้รู้ว่านักบัญชีก็ต้องทำการปิดงบ
และงานก็จะยุ่งมากๆ โอกาสที่เราจะเข้าไปถามก็น้อยลงไปอีก เฮ้อเวงกำเจงๆ
พอเราเตรียมคำถามไว้ละจะเข้าไปถาม พี่เค้าก็ยุ่งมากและแสดงท่าทีมาให้เรารู้ว่า
ตอนนี้กรูไม่ว่าง ไม่อยากตอบ อะไรทำนองนั้น(ขนาดที่พี่ยี้ที่แสนใจดีของเรายังยั๊วเลย)
เราก็เลยบอกว่าจะพยายามรีบๆถามแล้วกันค่ะ เราก็รู้ว่าเค้ายุ่งแต่ช้านก็ยุ่งเหมือนกันนี่หว่า
เค้าก็เลยจำเป็นจะต้องให้เราถาม พอจะถามปุ๊ป กำของเวง คอมดับเพราะแบตมันหมด
ตูเซ็งเจงๆ ก็เลยถามๆไปเท่าที่สมองน้อยๆจะคิดออก
ตอนเย็นจะกลับกรุงเทพละ ขากลับตอนลงจากรถ ด้วยความเซ่อซ่า
ลงรถอีท่าไหนก็ไม่รู้ ก็เลยล้มส้นหัก ซวยจิง
 
 
ยังแค่นี้ยังไม่พอ ตอนเย็นวันศุกร์เพื่อนๆสุดที่รักก็ชวนไปกินหมุกะทะกัน
แต่เพื่อนช้าน ยังทำงานไม่เส็ดอ่า ไอ่เราก็เลยบอกว่าไม่เป็นไรเรารอได้
ระหว่างรอก็เดินหาซื้อรองเท้าพร้อมทั้งแบกโน๊ตบุ๊คที่โครตจะหนักเดินทั่วเซ็นจุรี่เลย
แต่พอมาถึงร้านมันก็ปิดหมดแล้ว ก็เลยนั่งรอต่อไป 
รอไปรอมา ดูของก็แล้ว ดูตัวอย่างหนังก็แล้ว เมาท์กะไอ่นก แล้วก็ม๊าม๊าก็แล้ว
เพื่อนตูก็ไม่มาซักที โทรมาอีกทีเกือบๆสี่ทุ่มว่ากะลังจะออกจากออฟฟิต
สรุปแล้วเป็นการกินหมูกะทะที่ต้องรอคอยนานที่สุดเท่าที่เคยรอมา(สองชั่วโมงก่าๆ)
แต่เอาเหอะ ยังไงงานมันก็ต้องมาก่อนนี่หว่า ไม่เป็นไรเพื่อเพื่อนเรารอได้
(แต่คราวหน้าไม่อาวแล้ว รอนานสยองมาก) เห็นว่าเป็นเพ็ญนะเนียถึงรอ 55+
 
 
 
 
 
 
August 23

My life

ชีวิตหนอชีวิต......
 
จิงๆก็เคยระบายไปแล้วทีนึงอ่ะ แต่ว่าดันลืม save ไว้พอจะมาระบายอีกทีก็เลยขี้เกียจละ
ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ก็โทรสับเราอ่ะ โดนล้วงไปจากกระเป๋าที่อนุสาวรีย์
ตอนที่กะลังจะไปหาคุณแม่สุดที่รัก ณ.ตอนนั้นก็เลยเซ็งสุดๆเลย
นี่ก็นับเป็นเครื่องที่สองละ ที่โดนมือดีล้วงไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ที่จิงมันก็หายมาสักสองอาทิตย์แล้วแหละ ทำใจได้แล้วด้วย(เพราะมีเครื่องอื่นมาทดแทนแล้ว)
แต่ก็เพราะซื้อมาทดแทนนี่แหละ ทำให้ตังค์ในกระเป๋าหดหายไปจนแทบจะไม่เหลือแล้วเนี่ย
เพราะเดือนนี้ใช้ตังค์เยอะมากๆ(ตั้งแต่งานรับปริญญาเพื่อนๆ-ซื้อของให้หลานๆสุดlove-ไปเที่ยวหัวหิน-ค่าตัดเช่าชุดครุย และอื่นๆอีกจิปาถะ)
แต่ก็ช่างเหอะ ซื้อเกลือไว้ที่ห้องละ ถ้าไม่มีไรกินก็จะหัดกัดก้อนเกลือกินดู 55+
 
テレビアニメ次回の予告編(毎週金曜日夜更新)
 
 
 
 อาทิตย์ที่ผ่านมาเจ๊เมย์กะนังอ้อมนัดกันมาที่กรุงเทพ
เจ๊เมย์ก็มาสอบแบ๊งค์กรุงไทย(ผลก็ต้องรอลุ้นๆอีกที แต่เจ๊แกไม่ค่อยจะพอใจกับการสัมภาษณ์เท่าไร-.-")
ส่วนนังอ้อมเหตุผลที่มาก็คืออยากมาหาเพื่อนๆแล้วก็อยากมาเจอเมืองกรุงบ้าง(สาวบ้านนา55+)
 
เพื่อนๆมากันเกือบครบทีมทั้งที(อันได้แก่ เรา เอ็กซ์ เพ็ญ เจ๊เมย์ แนน อ้อมแล้วก็นังเตย-ขาดแต่พี่เสกโลโซ)
ก็เลยพากันไปกินชาบูชิที่เซ็นทรัลลาดพร้าว(คนเยอะสยองงงง)
พอได้ที่นั่งปุ๊ป ด้วยความบ้านนอกมากๆ เราก็เลยนั่งริมๆจะได้หยิบของได้สะดวก แต่กลับเป็นการฆ่าตัวเองซะงั้น
ก็เราต้องหยิบของตลอดเลยอ่ะดิ หยิบไปหยิบมาเด๋วหันซ้ายเด๋วหันขวา+การกินแบบรีบๆเพราะเค้าจำกัดเวลา(งกนั่นเอง)+ที่ร้านเปิดเพลง
เร้าอารมณ์ในการกินมากๆ(เพลงเอลนีโญ่ของทาทา) เราก็เลยเกิดอาการเวียนหัวอยากจะขย้อนของที่กินไปแล้วออกมา
 วันนั้นเลยกินได้น้อยเลย---เสียดายจิงๆ>.<
 
พอไดโว่กันเสร็จแล้ว ก็พากันเดินย่อยตามระเบียบสักแปป
เดินไปเดินมา...ไอ่ตอนเดินเที่ยวก็ไม่เกิดอะไรขึ้น แต่พอจะพากันแยกย้ายกันกลับแค่นั้นแหละ
ฝนก็พากันตกกันใหญ่-----จะตกทำไมไม่รู้จักเวล่ำเวลาเลยฟะ
 
กลับถึงหอก็พากันหลับเป็นตายกันทุกคน
ตื่นมาไม่มีไรทำก็เลยดู sad movie ที่เอ็กซ์อุตสาห์โหลดมาให้จากที่ออฟฟิต
ก็แอบเสียใจนิดนึงอ่ะ เพราะหนังไม่ได้หนุกเหมือนที่คาดไว้อ่ะ ดีนะเนี่ยที่ไม่ได้ไปดูในโรง
ไม่งั้นเสียดายตังค์แย่
 
ps. >ว่างๆก็พากันอีกนะ คิดถึงอ่ะ
     >>น้องอ้อมเห็นผู้ชายดีกว่าเพื่อนอ่ะ แอบกลับเร็ว แต่ไม่เป็นไรอภัยให้ก็ได้ แต่ต้องเอาคนนั้นมาให้พวกเรา scan ก่อน 555+
     >>>J'May เรื่องงานน่ะ ไม่ต้องคิดมากนะจ๊ะ อย่าลืมว่ายังไงก็ยังมีพวกเราอยู่ (ถึงจะเน่าแต่ก็ซึ้งน้า)
     >>>>N'Pen ถ้าเบื่อ ว่างงาน หรือว่าเหงาเนี่ย โทรหาได้ตลอด 24 hr. na ja
     >>>>>นังไก่ ว่างๆติดต่อหาเพื่อนๆบ้าง สนใจแต่-จ๊ะ-อยู่นั่นแหละ เข้าใจ๊
 
 
 
 
August 19

##เส้นขนาน##

ผม
เธอ
 
ผมบอกว่าความรักก็เหมือนกับเส้นด้ายบาง ๆ หากขาดไปแล้วผูกอย่างไรก็มีปม
เธอบอกว่าความรักเหนียวแน่นคงทนกว่านั้นมันเปรียบเสมือนผืนผ้ามากกว่าแม้เส้นด้ายจะขาดไปสักเส้น ผ้าก็ยังเป็นผ้าได้อยู่

ผมไม่พกมือถือ ด้วยเหตุผลว่า พระนเรศวรทรงกู้เอกราชได้โดยไม่ต้องใช้เครือข่าย GSM
เธอพกมือถือ  ด้วยเหตุผลว่าที่ไทยเสียเอกราชไปเพราะไม่มีเครือข่าย GSMใช้

ผมใส่กางเกงตัวละ 129 บาท ด้วยเหตุผลว่า จะยี่ห้ออะไรก็ปิดไอ้นั่นได้มิดเหมือนกัน
เธอใส่กระโปรงราคาตัวละหลายพันบาท ด้วยเหตุผลว่า มันปลอดภัยถ้าเกิดไฟไหม้
กระโปรงที่เธอใส่ เนื้อผ้าจะไม่ละลายติดเนื้อผิวของเธอ

 
ผมไม่รู้หรอกว่าคุณค่าทางอาหารระหว่างพิซซ่ากับขนมครก อะไรจะมากกว่ากัน
แต่ผมว่าขนมครกอร่อยและถูกกว่าเป็นไหน ๆ
เธอไม่รู้หรอกว่าคุณค่าทางอาหารระหว่างพิซซ่ากับขนมครกอะไรจะมากกว่ากัน
แต่เธอชอบกินพิซซ่า ด้วยเหตุผลที่ว่า ขนมครกบางร้านเท่านั้นที่อร่อย
แต่พิซซ่าฮัททุกร้านมีมาตรฐานเดียวกัน

ผมใช้ปากกาด้ามละ 5 บาท ด้วยเหตุผลที่ว่า ยังไงมันก็เขียนได้
และมันมักจะหายไปทุกครั้งก่อนที่ไส้จะหมด
เธอใช้ปากกา ยี่ห้อ cross ด้วยเหตุผลที่ว่ายังไงมันก็เขียนติดกระดาษ
ไม่ต้องสะบัดก่อนใช้และไม่เลอะเทอะกระเป๋าเสื้อของเธอ

ผมชอบทำงานอิสระ ทำตามจินตนาการของตัวเอง ไม่ต้องให้ใครบังคับ
ไม่ต้องผูกมัดกับระบบ
บัตรตอกทำงานของเธอไม่เคยขึ้นตัวแดง เธอกลับค่ำทุกวัน
เพราะงานทำให้เธอมีระบบระเบียบ และเห็นคุณค่าของชีวิต


ผมรักตัวของผมเองมากกว่าใคร ๆ ด้วยเหตุผลว่า
ไม่ว่าเราจะทำดีเพื่อใครๆ มากมายขนาดไหนความสุขทางใจที่เราได้ ก็ได้กับตัวเอง
เธอรักครอบครัวของเธอมากกว่าสิ่งใด ๆ ด้วยเหตุผลว่า ถ้าไม่มีพวกเขา
ก็คงไม่มีเธอเกิดมาให้ป่าวประกาศว่าฉันรักตัวฉันเอง

คลื่นทะเลให้ปรัชญาแก่ผมว่า หาดทรายจะแปรเปลี่ยนไปทุกครั้งตามคลื่นที่กระทบฝั่ง
แต่แม้จะเปลี่ยนอย่างไร ทรายก็ยังเป็นทราย และคลื่นก็ยังเป็นคลื่นไม่เปลี่ยน

คลื่นทะเลให้ปรัชญาแก่เธอว่า ไม่ว่าน้ำทะเลจะขึ้นจะลงอย่างไรคลื่นก็ยังขยันซัดกระทบฝั่ง

ผมบอกว่าถ้าไม่มี "ความว่าง" แล้ว "ความมี" ก็ไร้ความหมาย
เพราะความมีต้องวางลงบนความว่าง

เธอบอกว่าถ้าไม่มี "ความมี" แล้ว "ความว่าง" จะมีประโยชน์อะไร
มันคงไร้ความหมายเพราะมีความมี ความว่างจึงก่อเกิดการเปรียบเทียบ


คนอื่นบอกว่า ผู้หญิงรักผู้ชายจาก 0-100 แต่ผู้ชายรักผู้หญิงจาก 100-0
ผมแย้งว่าผู้หญิงรักผู้ชายแค่ 0-1 เหมือนไบนารี่
ทำดีมากมายขนาดไหนก็เป็นเพียงแค่ 1 หากผิดพลั้งไป จะเหลือเพียง 0

คนอื่นบอกว่า ผู้หญิงรักผู้ชายจาก 0-100 แต่ผู้ชายรักผู้หญิงจาก 100-0
เธอแย้งว่าผู้หญิงรักผู้ชายไม่ใช่ 0-1 และไม่ใช่ 0-100 แต่เป็นจาก 100-200
หญิงรักชายได้ 100 และจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามที่เธอปรารถนา


ผมมองคนที่ความคิด
เธอแย้งว่าความคิดไม่ใช่นิสัย

ผมบอกว่า ผมเหมือนกับแก้วใส ๆ
จะเห็นคุณค่าตัวเองก็ต่อเมื่อมีเธอเป็นน้ำมาเติมเต็ม

เธอบอกว่า เธอเหมือนกับน้ำใส ๆ
จะมีค่าได้อย่างไรหากไม่มีภาชนะมารองรับ


ผมและเธอเหมือนดั่งเส้นขนาน ที่ไม่มีวันจะมาบรรจบกัน
ผมและเธอเหมือนดั่งเส้นขนาน ถึงแม้จะไม่มีวันบรรจบกัน
แต่เราก็จะตีคู่ไปด้วยกันเสมอ
 
เพราะเธอชอบกินไข่แดง  แต่ผมชอบกินไข่ขาว
เราจึงอยู่ด้วยกันได้ ในไข่ใบสีน้ำเงินแห่งนี้

 
 
 
 ความรัก กับ ความผูกพัน

 ความรัก..กับ ความผูกพัน
 หน้าตาคล้ายกัน .. เหมือนซ้าย-ขวา
 แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ ...
 
 รู้สึกว่า .. คิดถึง .. แล้วมาหา คือ .... รัก
 รู้สึกว่า .. เคยมาหา .. เลยมาหา คือ .. ผูกพัน
 
 รู้สึกว่า .. หิว ....... อยากเอามาฝาก  .. รัก
 รู้สึกว่า .. อิ่มแล้ว .. อยากเอามาฝาก คือ .. ผูกพัน

 
 รู้สึกว่า .. อยากให้เวลากันและกัน คือ ......... รัก
 รู้สึกว่า .. อยากให้เขาให้เวลาเรา คือ .. ผูกพัน
 
 รู้สึกว่า .. หงุดหงิดคือทำให้อีกคนไม่สบายใจ คือ .. รัก
 รู้สึกว่า .. โกรธเพื่อทำให้อีกคนสำนึกบ้าง คือ .. ผูกพัน
 
 รู้สึกว่า .... ไม่มีนาทีไหนไม่คิดถึง คือ .. รัก
 รู้สึกว่า ..  นาทีไหนที่ว่างจะคิดถึง คือ .... ผูกพัน

 ขอบคุณเหลือเกิน .... ความผูกพัน .. ที่ทำให้รัก
 ขอบคุณเหลือเกิน .. รักที่เป็นมากกว่า .. ความผูกพัน

   ....... เคยไหมรักใครคนหนึ่ง ด้วยความรู้สึกว่า ....
  เคยผูกพันเหมือนเคยรักกัน แล้วพลัดพราก
  ต้องมาตามหากันเป็นแรมปี
  ถ้าเคยรู้สึกอย่างนี้
  ยามที่มองแววตาใครคนนั้น
  แล้วรู้สึกอยากอยู่ข้าง ๆ
  เพื่อคอยกางแขนปกป้องและดูแลไปตลอดชีวิต
  ความรู้สึกนั้น .. เรียกว่า รักและผูกพัน
  ความรู้สึกที่ .. มิอาจพรากจากกัน ได้อีก
  .......แม้เพียงหนึ่งเสี้ยววินาที  อิอิ


 
 

 
August 10

เวลากะนาฬิกา

เราไปเจอบทความนี้จากในเวปอ่ะ ลองอ่านดูนะ เจ๋งดี^^

 

แปลกมั๊ย..ใคร ๆ ก็คิดว่าเวลากับนาฬิกาเป็นสิ่งที่คู่กันเสมอ จริง ๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย

เวลา... เดินไปข้างหน้า นาฬิกา.. เดินอยู่ที่เก่า

เวลา.. เราไม่อาจย้อนกลับ นาฬิกา.. เราหมุนย้อนมันได้

เวลา.. เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน นาฬิกา.. เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย

เวลา.. ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกะอะไร นาฬิกา.. ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น

แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน

แต่ถามหน่อย.. ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร

ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้ว ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว?

ฉันกับเค้า.. อาจไม่มีอะไรเหมือนกัน ฉันกับเค้า.. มีความคิด และวิถีชีวิตที่ต่างกัน ฉันกับเค้า.. อาจเดินกันคนละเส้นทาง ฉันกับเค้า.. อาจมีความฝันที่ห่างไกลกัน

ฉัน.. อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า หาสิ่งใหม่ๆที่ท้าทาย โดยทิ้งหลายสิ่งไว้ข้างหลัง

เค้า.. อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ ใช้ชีวิตและทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ในมุมเก่าๆ

ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันยังดึงดันจะมองแต่ข้างหน้า ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง

เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังอยู่แบบเดิมๆ เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเขาไป

ต่ฉันยังเฝ้ามอง เฝ้ารอ … ความแตกต่าง อาจสร้างกำแพงบังเค้าไว้

แต่ฉันยังเชื่อมั่น ว่าซักวัน สิ่งนั้นน่ะแหละ ที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน

ความแตกต่าง จะเติมเต็มส่วนที่เราขาดหาย และสุดท้าย ก็จะเหลือเพียงแค่คำว่า.. ** กันและกัน **

เหมือนกับเวลาและนาฬิกา ที่ยังคู่กันเสมอมา และตลอดไป.
 
 
 
 
August 08

"""""""โคตรรักเอ็งเลย""""""""

ไปดูกันมาอ๊ะยัง เราไปดูมาแล้วเมื่อวาน ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้นะว่าไปดูกะคราย อิอิ หนังสนุกดีอ่ะ
ถ้าให้คะแนนก็คงให้ซัก 8 ครึ่งเต็ม 10 อ่ะนะ(เพราะมันมีบางตอนที่ถูกเราตัดคะแนนไป)
เป็นเรื่องที่แบบว่าตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะสนุกอะไร เพราะว่าก็คงเป็นหนังเกี่ยวกับเรื่องรักๆ ทั่วๆไปนี่แหละ แต่ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แฮะ
มันมีอะไรๆมากกว่านั้น(พลิกไปพลิกมา พลิกแล้วพลิกอีก) คนที่ยังไม่ได้ดูก็ลองไปดูก็ดีนะ ยิ่งเป็นคู่รักด้วยแล้ววววววว
(อันนี้เราไม่ได้ค่าโฆษณาแต่อย่างใดนะ)
 
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
 
ช่วงนี้ชีวิตก็เรื่อยๆ แล้วก็คงจะเรื่อยๆต่อไปอีกหลายอาทิตย์เลย(ถ้าไม่โดนบุ๊คไปจ๊อบซะก่อนอ่ะนะ)
อาทิตย์นี้ไอ่ซวงก็ออกจ๊อบ มุกก็ออกจ๊อบ เฮ้อ..แต่ก็ยังดีมีนกอยู่เป็นเพื่อน ก็รู้สึกเหงาๆเหมือนกัน(นิดนึง)
ตอนนั่งอัพ space อยู่ก็เหมือนจะว่างเรยยยยยย------ทั้งๆที่จิงแล้วไม่ได้ว่างซ้ากหน่อยแต่ว่ายังทำงานไม่ได้อ่ะ
ต้องรอโทรถามจากพี่ก่อน แต่พี่เราก็ไม่รู้ว่าทำไมไม่รับโทรสับตูสักทีฟะ----งานตูจะได้เดินสักที เฮ้ออออ
แต่ไงก็เอาเหอะ------งานเราก็ยังสบาย สบ๊าย สบาย เห็น x-man ทำงานแล้วสงสารจิงๆทั้งเครียดทั้งเหนื่อย
กลับดึกแทบจะทู้กวันเลย ไงก็สู้ๆน้า เด็ก EY ทุกๆคน เอาใจช่วยจ้า 
 
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
 
เออ....วันนี้ไปเดินฮ่องกงพล่าซ่ามา ในที่สุดก็ได้สักทีรองเท้า
---การจะเจอรองเท้าที่ถูกใจเนี่ยทำไมมันถึงได้ลำบากยากเย็นอย่างนี้ฟะ
 ร้อนมากๆ เราเลือกจนไอ่นกมันบ่นแล้วบ่นอีกว่าเพราะรอเราเลือกรองเท้าสัปะรดมันเลยมีน้ำออกมา
ไม่อร่อยประมาณนั้นนนน(แถมยังบ่นให้ซวงฟังอีกต่างหาก)
เห็นสัปะรดดีกว่าเพื่อนเหรอฟะเนี่ยยยยยT.T ha ha
 
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
 
อาทิตย์นี้ใกล้จาถึงวันแม่ละ ดีใจจิงๆเลยจะได้กินกับข้าวฝีมือม๊ามี๊ซ้ากที คิดถึงจิงๆเรย
"""""""I love U---Mama"""""""